January 14th, 2015 | Comments Off

“ดากานดา…ฉันรักแกว่ะ” นี่เป็นหนึ่งในประโยคเด็ดของหนังรักระดับตำนานของไทยเรื่องหนึ่งที่ 24/7 คาดว่าแม้เวลาจะผ่านมาเกือบ 10 ปี แต่เราก็ยังจาประโยค Climax ของ ‘เพื่อนสนิท’ ได้แม่นพอๆ กับที่เราจาก ‘ไข่ย้อย’ ได้ วันนี้จากพระเอกหน้าใหม่ที่ผ่านงานโฆษณามาไม่กี่เรื่องก็ได้รับโอกาสได้เล่นหนังเรื่องแรก และขึ้นแท่นพระเอก 100 ล้าน ชื่อของ ‘ซันนี่ ซี สุวรรณเมธานนท์’ นักแสดงหนุ่มลูกครึ่งไทย สิงคโปร์ และฝรั่งเศสก็เริ่มเป็นที่รู้จัก ก่อนที่ในเวลาไม่นานเขาก็กลายเป็นนักแสดงระดับแถวหน้าผู้มีเครื่องหมายการค้าเป็นหน้าง่วงๆ หล่อๆ ขี้เล่นอารมณ์ดีที่ใครๆ ก็ชอบ ล่าสุดหนังเรื่องที่ 5 ของเขา ‘ไอฟาย..แต๊งกิ้ว เลิฟยู้’ เพิ่งเข้าฉายและสร้างสถิติหนังไทยเรื่องใหม่ที่ทำรายได้เปิดตัวอันดับ 1 โดยกวาดไปถึง 29 ล้านบาท! (ชนะ ‘พี่มาก..พระโขนง’ ไปเกือบ 8 ล้านบาท) และเพียง 5 วันก็ทะลุไป 100 ล้านบาทอย่างรวดเร็ว! ส่วนหนึ่งต้องยกเครดิตให้ซันนี่ ที่ตอนนี้ขึ้นแท่นพระเอก (เกิน) 100 ล้านเรื่องที่ 2 ในชีวิตไปแล้ว แม้ตลอดเวลาเกือบ 10 ปีในวงการบันเทิงของซันนี่จะมีผลงานไม่เยอะ แต่ทุกครั้งที่เขามีงานใหม่ๆ ก็จะมีแฟนคลับมากมายที่พร้อมสนับสนุนเขาเสมอ แสดงให้เห็นว่าจำานวนของผลงาน หรือความถี่ในการออกอีเวนต์ (ที่เจ้าตัวแทบไม่เคยออกเลย) ไม่ใช่อุปสรรคที่ทำาให้ซันนี่กลายเป็นนักแสดงชั้นนำา แต่คุณภาพต่างหากที่ทำให้ทุกคนรักเขา แม้ซันนี่เป็นนักแสดงที่บังเอิญจับพลัดจับผลูได้เล่นภาพยนตร์โดยที่เขาเองก็ไม่ค่อยมั่นใจว่าเดินมาถูกทางหรือเปล่า เพราะตอนแรกเขาไร้ซึ่งความกระหายอยากที่จะเป็น ‘นักแสดง’ทว่า ‘เพื่อนสนิท’ ก็เบิกเนตรให้รู้ว่า ซันนี่เกิดมาเพื่อเป็นนักแสดงไม่ใช่พยายามจะเป็นนักแสดง แม้ผู้กำกับยังไม่สั่ง ‘แอ็คชั่น’ เขาก็พร้อมที่จะสวมบทเป็นตัวละครตัวนั้นตั้งแต่วันแรกที่เขาเลือกทั้งบทเป็น ‘จ๊อก’ (สายลับจับบ้านเล็ก) ‘จอน’ (รัก 7 ปี ดี 7 หน) ‘วุฒิ’(ชัมบาลา) ‘โจศักดิ์ ชาญนารี’ (เนื้อคู่อยากรู้ว่าใคร) และแน่นอน ‘ยิม’สิ่งนี้แสดงให้เห็นถึงความทุ่มเทในการทำงานของเขาในฐานะ‘มืออาชีพ’

‘I Fine Thank You…Love Him’ ซันนี่ สุวรรณเมธานนท์

Posted in Uncategorized
January 14th, 2015 | Comments Off

“Hormones วัยว้าวุ่น” ซีรี่ย์วัยรุ่นที่กำลังฮิตติดลมบน และเป็นที่พูดถึงกันทั่วบ้านทั่วเมือง ทำเอากระแสละครหลายๆเรื่องเงียบไปตามๆกัน สำหรับเรื่อง “Hormones วัยว้าวุ่น” มีนักแสดงทั้งหน้าเก่าหน้าใหม่มากมาย โดยเฉพาะนักแสดงชายที่สาวๆเห็นเป็นต้องกรี๊ดดดด…กันเลยทีเดียว ทีมงาน Sanook! Men ต้านทานกระแส “Hormones วัยว้าวุ่น”ไม่ไหวเลยจัดหนักนำเอาแฟชั่นวันสบายๆของดาราชายในเรื่องมาให้ชมกันครับ

แฟชั่นหนุ่มๆสุดชิคใน “Hormones วัยว้าวุ่น”

Posted in Uncategorized
January 14th, 2015 | Comments Off

เสน่ห์ของกางเกงยีนส์ที่หลายคนชื่นชอบ คือ สวยทะมัดทะแมง และยิ่งเก่าดูมีคุณค่า ซึ่งหากเครื่องแต่งกายอายุเกือบ 200 ปีชิ้นนี้ ที่เป็นส่วนหนึ่งของแฟชั่นในปัจจุบัน มีเรื่องราวเกี่ยวกับชนชั้นแรงงานด้วย นางแบบสาวบรูก ชิลส์ เผยว่า ไม่มีสิ่งใดจะมาขวางกั้นระหว่างฉันกับยีนส์ของฉันได้ ทำให้กางเกงยีนส์กลายเป็นแฟชั่นระดับไฮสตรีท หรือบทบาทเด็กหนุ่มจอมขบถของ เจมส์ ดีน พระเอกตัวแทนวัยรุ่นอเมริกันยุค 50 ที่มักปรากฎตัวพร้อมยีนส์สีเข้ม จนกลายเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมอเมริกัน กางเกงยีนส์ที่เสริมให้ผู้สวมใส่ดูโก้เท่ มีความเป็นตัวเองสูง ทำให้ได้รับความนิยมจนแพร่หลายไปทั่วโลกตั้งแต่ปี 1950 เป็นต้นมา หากยุคแรกของกางเกงยีนส์เป็นเครื่องแต่งกายผู้ใช้แรงงานในเหมืองแร่ ประเทศสหรัฐฯ ที่นิยมสวมใส่กางเกงและเสื้อเอี๊ยม ที่มีความหนาพิเศษเพื่อความเหมาะสมในการทำงานและป้องกันฝุ่น แต่เดิมยีนส์มีสีน้ำตาลปนแดง ทำจากผ้าใบเต๊นท์ ก่อนเปลี่ยนมาทอด้วยฝ้ายย้อมสีน้ำเงินคราม และใช้วิธีการทอลายสองและตอกหมุดโลหะเพิ่มความคงทน กระแสตื่นทองราวศตวรรษที่ 18 ทำให้นักแสวงโชคจำนวนมากเดินทางมาสหรัฐฯ และต้องเผชิญความยากลำบากในแผ่นดินใหม่ ทั้งการเดินทางไกลบนหลังม้า ภูมิประเทศและสภาพอากาศ การออกแบบกางเกงยีนส์จึงเน้นประโยชน์ใช้สอยเป็นหลัก นอกจากความหนาราว 14 ออนซ์ขึ้นไปเพื่อความคงทน ใส่ได้นาน ยีนส์รุ่นบุกเบิก มีรูปทรงหลวมที่เอว พอดีตรงสะโพก และปลายขากว้าง เพื่อให้เหมาะกับการขี่ม้า ขณะที่ป้ายหนังด้านหลังถูกออกแบบเพื่อใช้เสียบมีดพกพาและไว้ลับคมมีด รวมถึงมีกระเป๋าที่ห้าซ่อนไว้เพื่อเก็บเศษเหรียญ ปัจจุบันกางเกงยีนส์ได้กลายเป็นสัญลักษณ์ทางแฟชั่น และถูกออกแบบให้มีรูปทรงหลากหลาย หากเสน่ห์ของกางเกงยีนส์ที่อยู่มานานเกือบ 200 ปี ถูกใจคนรักยีนส์มากมาย นอกจากนี้คนรักยีนส์หลายคนได้เก็บสะสมกางเกงรุ่นเก่าหายากและไม่มีผลิตแล้วในปัจจุบัน ทำให้กางเกงยีนส์มีมูลค่าและคุณค่าเพิ่มขึ้นตามกาลเวลา สะท้อนอิทธิพลของเครื่องแต่งกายชนิดนี้ที่อยู่ในใจผู้คนจากรุ่นสู่รุ่น

“เสน่ห์กางเกงยีนส์” แฟชั่น 200 ปี

Posted in Uncategorized
January 14th, 2015 | Comments Off

โค้งสุดท้ายก่อนสิ้นปี เชื่อว่าคนทำงานจำนวนไม่น้อยคงต้องอยู่ในช่วงของการประเมินผลงานประจำปี ซึ่งเป็นขั้นตอนหนึ่งที่จะทำให้คุณและหัวหน้าได้เห็นว่า 1 ปีที่ผ่านมามีเรื่องอะไรที่ต้องปรับปรุงและพัฒนากันบ้าง วันนี้เรามีคำแนะนำดีๆ ในการเปลี่ยนตัวเองให้ก้าวหน้ารับปีใหม่โดยคุณนพวรรณ จุลกนิษฐ กรรมการผู้จัดการ บริษัท จัดหางาน จ๊อบส์ ดีบี (ประเทศไทย) จำกัด (jobsDB.com) มาฝากคนทำงานทุกคน

1.ชวนกันมาอ่านหนังสือ เรามักได้ยินคำว่า “สังคมก้มหน้า” แต่ก้มหน้าที่เราอยากแนะนำคือการก้มหน้าอ่านหนังสือประเภท How-To และชีวประวัติของคนที่ประสบความสำเร็จ ซึ่งมีอยู่มากมายในทุกร้านหนังสือ ลองเลือกเล่มที่คุณสนใจมาอ่านสักเล่ม คุณจะได้รับไอเดียใหม่ๆ ความรู้ ใหม่ๆ และวิธีคิดใหม่ๆ ซึ่งจะสร้างแรงบันดาลใจในการดำเนินชีวิตจากหนังสือที่คุณอ่าน

2.เรียนรู้ภาษาใหม่ๆ ในปีที่มีการพูดถึงการเตรียมความพร้อมการประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) กันแพร่หลาย ซึ่งนอกจากคุณจะสามารถฟัง พูด อ่าน เขียนภาษาอังกฤษซึ่งถือเป็นภาษากลางในการติดต่อสื่อสารบนโลกไร้พรมแดนแล้ว การเรียนรู้ภาษาที่ 3 อาทิ ภาษามาลายู (บาฮาซา) หรือภาษาอื่นๆ นอกเขต AEC อาทิ ภาษาจีน ภาษาญี่ปุ่น ยังช่วยเพิ่มคุณค่าและโอกาสด้านการทำงานในบริษัทต่างชาติให้กับคุณเองด้วย

3.หางานอดิเรกใหม่ๆ ทำ เช่น ฝึกโยคะ ปั่นจักรยาน ฝึกเรียนดำน้ำ เรียนเต้น ทำอาหาร หรืออื่นๆ ที่คุณสนใจ ซึ่งจะช่วยทำให้คุณมีทักษะและสมาธิที่ดี นอกจากนี้ยังได้พัฒนาทั้งด้านร่างกาย อารมณ์ และจิตใจให้พร้อมรับกับสิ่งใหม่ๆ ที่จะเกิดขึ้นในปีพ.ศ. 2558 ได้เป็นอย่างดี

4.ยกระดับความชำนาญ ลองสังเกตตัวเองว่าอะไรทำให้คุณมีความสุข หรือคุณมีทักษะและความชำนาญด้านไหน จากนั้นค่อยๆ พัฒนา และยกระดับความชำนาญในทักษะที่มีให้ดียิ่งขึ้นเรื่อยๆ

5.ก้าวข้ามความกลัวคุณกลัวอะไรบ้างในการทำงาน กลัวความไม่แน่นอน กลัวการพูดในที่สาธารณะ กลัวความผิดพลาด และอื่นๆ อีกมากมาย ความกลัวเหล่านี้เป็นอุปสรรคต่อความก้าวหน้าของคุณ หากคุณไม่สามารถ ก้าวข้ามความกลัวได้ คุณก็จะไม่มีวันชนะตัวเองได้เลย

6.สร้างสภาพแวดล้อมเพื่อสร้างแรงบันดาลใจ หากคุณได้อยู่ในสภาพแวดล้อมที่ดี จะส่งเสริมให้คุณเกิดแรงบันดาลใจ และกระตุ้นให้เกิดไอเดียใหม่ๆ ในการทำงาน ลองตกแต่งโต๊ะทำงาน หรือห้องนอนใหม่ ทาสีใหม่ จัดห้องใหม่ดูบ้าง เพื่อหลีกหนีจากความจำเจเดิมๆ

7.ออกกำลังกายเป็นประจำ คนทำงานจำนวนมากมักไม่ค่อยมีเวลาออกกำลังกาย หากคุณต้องการเปลี่ยนแปลงตัวเอง ลองเริ่มที่การออกกำลังกาย 3 ครั้งต่อสัปดาห์ ครั้งละ 30 นาทีขึ้นไป แล้วคุณจะพบว่าเมื่อร่างกายแข็งแรง การทำงานของคุณก็มีประสิทธิภาพมากขึ้นด้วย

เทคนิคเปลี่ยนตัวเองให้ก้าวหน้ารับปีใหม่ 2558

Posted in Uncategorized
December 24th, 2014 | Comments Off

มอบความสุขส่งท้ายปลายปีให้กับคนไทยทั้งประเทศ สำหรับขุนพลช้างศึกทีมชาติไทย ที่สามารถคว้าเเชมป์เอเอฟเอฟซูซูกิคัพ 2014 มาครองได้ หลังบุกไปขย้ำเสือเหลืองมาเลเซีย ถึงถิ่น นอกจากผลงานในสนามที่เป็นที่ถูกใจคอบอล อีกหนึ่งสิ่งที่สำคัญที่ทุกคนถูกใจ ก็เห็นจะเป็น “ทรงผม” ที่โดนใจทั้งสาวเเท้สาวเทียม จนหนุ่มๆค่อนประเทศพากันสงสัยว่าทำอะไร ผมถึงไม่กระดิกและเสียทรงแม้จะเหล่าหนุ่ม ๆ จะทั้งวิ่งทั้งโหม่งหรือเเม้เเต่ปะทะกับคู่เเข่ง เเต่ก็ยังไม่มีปฏิกิริยาใดๆกับทรงผมเเม้เเต่น้อย งานนี้ผู้อยู่เบื้องหลังทรงผมหล่อๆ เท่ห์ ๆ ของหนุ่มๆนักฟุตบอล ก็ไม่ใช่ใครที่ไหน 2 สามีภรรยาแห่งวงการบันเทิง นานา ไรบีนา และ เวย์ ไทเทเนี่ยม เจ้าของร้านตัดผมสุดหรู neversaycutz ผู้ทำหน้าที่ดูแลความหล่อของทรงผมหนุ่ม ๆ ให้เป๊ะอย่างที่เห็น เอ้า งานนี้หนุ่ม ๆคนไหนอยากหล่อเหมือน ชาริล ซัปปุยส์, ต้น นฤบดินทร์, เจ ชนาทิป, เอ็ม สุทธินันท์ เเละหนุ่มๆคนอื่นในทีม รีบไปใช้บริการกันได้เลย

เบื้องหลังทรงผมกระชากใจสาวทีมนักฟุตบอลไทย

Posted in Uncategorized
December 24th, 2014 | Comments Off

สร้างความสุขให้คนไทยทั้งประเทศ เมื่อซิโก้ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง พาทีมชาติไทยว้าแชมป์ AFFsuzuki cup ในรอบ 12 ปี จากความสำเร็จครั้งนี้เรียกกระแส “บอลไทย” ฟีเวอร์ให้กลับมาในหัวใจคนไทยทั้งประเทศได้อีกครั้ง แต่ก่อนที่จะมาเป็นโค้ชให้กับทีมชาติจนประสบความสำเร็จ ซิโก้ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง เคยได้ชื่อว่าเป็นนักเตะหน้าหยก สุดหล่อคนหนึ่งของวงการบอลไทย เรียกว่าหล่อเข้มสูสีกับ ชาริล ชัปปุยส์ ที่สาวกรี๊ดในตอนนี้เลยทีเดียว “โก้” คือชื่อเล่นของหนุ่มน้อยหน้ามน จาก อำเภอน้ำพอง เมืองขอนแก่น เขาเริ่มออกเดินทางสู่เส้นทางลูกหนังที่เขารัก ในปี 2533 เป้าหมายของเด็กวัยละอ่อนในตอนนั้น เพียงแค่ต้องการมาศึกษาต่อและเล่นฟุตบอลที่เขารักไปพร้อมๆกัน ไอ้ครั้นจะคิดอาจเอื้อมถึงขี้น “ติดทีมชาติไทย” ยังไม่มีในสมอง แต่เมื่อลิขิตของคนบนฟ้า กำหนดโชคชะตาให้เขาได้เดินตามฝัน ในปี 2535 “โก้ขอนแก่น” ก็ได้โอกาสติดธงไตรรงค์เป็นครั้งแรกในชีวิต และนั่นคือจุดเริ่มต้นของเขาในการลงรับใช้ชาติ ใครก็ตามที่เวลานี้อายุ 30 อัพ! คงจะพอจำกันได้ เมื่อปี 2536 ซีเกมส์ครั้งที่ 17 ที่แดน “ลอดช่อง” สิงคโปร์ มันคือสุดยอดเวทีแจ้งเกิดของเขาอย่างแท้จริง! เด็กหนุ่มแววตาที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นในวัย 20 กะรัตต้นๆ ถูกส่งลงมาในฐานะตัวสำรอง ในเกมลูกหนังรอบชิงชนะเลิศ ทีมชาติไทยเวลานั้น อุดมไปด้วยนักเตะชื่อก้อง ไม่ว่าจะเป็น ปิยะพงษ์ ผิวอ่อน ,อรรถพล บุษปาคม ,ตะวัน ศรีปาน ,นที ทองสุกแก้วฯลฯ

ซิโก้ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง วัยหนุ่มน้อยถ่ายแฟชั่น

Posted in Uncategorized
December 24th, 2014 | Comments Off

หนุ่มที่รักษาสุขภาพคงไม่อยากให้ร่างกายตนเองดูโรยรา เหี่ยวย่นก่อนวัยอันควร วิธีดูแลง่ายๆ ด้วยการทานผลไม้ที่มีสารต้านอนุมูลอิสระ หรือต่อต้านความเหี่ยวย่น โดยผลไม้ที่ต่อต้านความชรา ได้แก่

1. แตงโม แตงโมอุดมไปด้วยวิตามิน ซี และลูทีน มีคุณประโยชน์ช่วยต้านอนุมูลอิสระ อีกทั้งแตงโมยังมีสารต้านความเหี่ยวย่น

2.ทับทิม ทับทิมอาจเป็นผลไม้หน้าตาและรสชาติธรรมดา แต่ใครจะรู้ว่าทัมทิมเป็นแหล่งอุดมไปด้วยสารทางเคมีที่มีประโยชน์ต่อผิวของคุณ

3 ผลเบอร์รี่ ผลไม้สกุลเบอร์รี่ทั้งหลายมีคุณประโยชน์ทำให้ผิวแลดูอ่อนเยาว์ อีกทั้งยังมีวิตามิน และสารช่วยต้านอนุมูลอิสระ และยังเป็นผลไม้ที่เหมาะกับการลดน้ำหนักอีกด้วย

4. กีวี่ ด้วยรูปร่างภายนอกอาจดูไม่ค่อยสวยงามมากนัก แต่เมื่อปลอกเปลือกออกหมดแล้วภายในนั้นมีประโยชน์มากเหลือ กีวีมีรสหวานปนเปรี้ยวเพราะอุดมไปด้วยวิตามันซี

5. อะโวคาโด้ อะโวคาโด้เป็นผลไม้ที่มีกรดไขมันไม่อิ่มตัวมากทานแล้วอาจอ้วนได้ แต่ข้อดีของอะโวคาโด้คือมีกลูต้าไธโอน และยังช่วยต้านริ้วรอยแห่งวัยบนผิวได้อีกด้วย

6. แคนตาลูป แคนตาลูปเป็นผลไม้ที่อุดมไปด้วยวิามันเอ และซีมาก ทั้งยังช่วยในการขับถ่ายเอาสารพิษออกมาจากร่างกาย

7. มะม่วง มะม่วงเป็นผลไม้ประจำเมืองร้อนที่อุดมไปด้วยวิตามินเอ-ซี และใยอาหารช่วยในการขับถ่าย และยังเป็นแหล่งน้ำตาลที่ได้จากธรรมชาติ

ผลไม้ต้านความชรา ช่วยชะลอวัย

Posted in Uncategorized
December 23rd, 2014 | Comments Off

เมื่อคุณผู้ชาย อยากจะอัพไซส์ “น้องชาย”

เมื่อคุณผู้ชาย อยากจะอัพไซส์ "น้องชาย"

เมื่อคุณผู้ชาย อยากจะอัพไซส์ “น้องชาย”

สวัสดีค่ะ คุยกันเรื่องคุณผู้หญิงมาบ่อย ๆ วันนี้เรามาคุยกันถึงเรื่องของคุณผู้ชายกันบ้างนะคะ ไม่เพียงแต่เฉพาะผู้หญิงที่อยากหน้าอกใหญ่ อกฟู รูกระชับ ดั้งโด่ง คิ้ว 4 มิติ คุณผู้ชาย (บางส่วน) ก็มีความคิด และความพยายาม อยากจะมีองคชาต หรือจู๋ที่ใหญ่เช่นกัน เพราะยังมีบางคนยังคิดว่า อวัยวะเพศที่ใหญ่ แสดงถึงความเป็นชายชาตรี


ผู้ชายบางส่วน (อาจจะเป็นส่วนใหญ่) มักกังวลว่า ขนาดขององคชาตตัวเองนั้นเล็กผิดปกติ ไม่มั่นใจเลยจริง ๆ ซึ่งข้อมูลจากอินเทอร์เน็ตบอกว่า ผู้ชายส่วนใหญ่ที่มาปรึกษาแพทย์เรื่องขนาดน้องชายเล็ก ส่วนใหญ่เกือบจะทั้งหมด ขนาดน้องชายอยู่ในเกณฑ์ที่ปกติ ! แต่มีผู้ชายบางกลุ่มค่ะ ที่ไม่ทันได้ปรึกษาใคร นั่งดูหนังโป๊แล้วมโนเอาว่า ของพระเอกหนังโป๊คือขนาดปกติของมนุษยชาติ พร้อมกับก้มมองพิจารณาดูน้องชายของตัวเองแล้วเก็บมาหดหู่ ไม่มั่นใจ แล้วไปฉีดสารต่าง ๆ เช่น น้ำมันมะกอก พาราฟิน ขี้ผึ้ง วาสลีน สารเคมีต่าง ๆ หวังว่ามันจะใหญ่ หนา กลม อ้วนขึ้นมาบ้าง

แต่ผลที่ตามมาในบางราย คุณจะได้กระจู๋ใหม่มาจริง ๆ ค่ะ แต่เป็นรูปร่างที่ผิดปกติ แปลกประหลาด หรือบางรายเกิดการอักเสบ ได้จู๋เน่ามาแทน

ก่อนอื่นต้องออกตัวก่อนนะคะ ว่าหมอเป็นหมอสูตินรีเวช ไม่ได้เชี่ยวชาญเรื่องนี้โดยเฉพาะ

ดังนั้นวันนี้หมอโอ๊ค (คนละคนกับสามีคุณโอปอลนะคะ) คุณหมอทางเดินระบบปัสสาวะและระบบสืบพันธุ์เพศชาย จะมาให้ความรู้เกี่ยวกับคุณผู้ชายที่อยากจะฉีด หรือไปฉีดมาแล้วนะคะ ว่าผลที่ตามมาจะมีอะไรบ้าง

P : ขนาดของอวัยวะเพศชาย แค่ไหนถึงเรียกว่าเล็กมากจนต้องรักษาคะ
O : ไม่มีขนาดที่ว่าเล็กจนต้องผ่าตัดรักษานะครับ เพราะในคนที่เล็กมาก ๆ แต่ยังสามารถใช้การได้ปกติ คือปัสสาวะได้ มีเพศสัมพันธ์ได้ปกติ ก็ถือว่าปกติครับ แต่ในคนที่เล็กมาก ๆ แบบกลุ่มที่มีภาวะฮอร์โมนต่ำ ต้องตรวจเรื่องความผิดปกติของฮอร์โมนก่อน อาจรักษาด้วยฮอร์โมนได้ครับ

P : ถ้าเล็กมาก ๆ มีวิธีผ่าตัดรักษาอะไรบ้างให้มันยาวใหญ่ขึ้นได้บ้างคะ
O : มีวิธีตัดเส้นเอ็นที่ยึดโคนองคชาตออกได้เหมือนกัน วิธีนั้นจะทำให้องคชาตยาวขึ้นได้เล็กน้อย แต่เวลาแข็งตัว องคชาตมันจะห้อยชี้ลงนะ ไม่ได้ตั้งขึ้น ศัลยแพทย์ตกแต่งบางรายสามารถเอาไขมันจากแก้มก้นมาฉีดให้มันใหญ่ขึ้นก็มีครับ

P : แล้วคนที่ไปฉีดพวกน้ำมันมะกอกล่ะ มันจะใหญ่จริงเหรอคะ
O : ในบางคนที่ไปฉีด บางคนก็อาจจะโชคดีไม่เป็นอะไรนะ (ซึ่งคนกลุ่มนี้คงไม่ได้มาหาหมอเพื่อโชว์ความสำเร็จ) แต่เท่าที่หมอเห็น คนที่ไปฉีดมา รูปร่างจู๋จะย้วย ๆ รูปร่างประหลาด ๆ บางคนจะมีแผลเป็น ๆ หาย ๆ อักเสบเป็นหนอง ที่เคยเห็นแล้วน่ากลัวที่สุด คือไปฉีดมาแล้วจู๋กลายเป็นสั้นลงแทน เพราะไปทำมาแล้วกลายเป็นแผล มีเนื้อตาย แล้วหนังมันหลุดออกไปเรื่อย ๆ บางคนไปฉีดมาแล้ว สารพาราฟินมันไม่อยู่ที่กระจู๋ แต่ย้อยลงไปในถุงอัณฑะ ไปกองอยู่รอบโคนจู๋แทน บางรายผิดรูปมาก ๆ ต้องส่งให้หมอพลาสติกประกอบร่างแก้ไขให้ใหม่เลยล่ะครับ

P : ถ้าไปฉีดมาแล้ว ย้วยไปแล้ว ผิดรูปไปแล้ว เน่าไปแล้ว มีวิธีรักษายังไงบ้างคะ
O : การรักษา คือการผ่าตัด ส่วนใหญ่จะผ่าตัด 2 ครั้ง ผ่าตัดครั้งแรก เรียกว่าการผ่าตัดมังกรให้เป็นเต่า ผ่าตัดครั้งที่ 2 เรียกว่าการผ่าตัดเต่าให้เป็นมังกร

P : มังกรนี่พอนึกออก แล้วเต่าล่ะ ??

O : (คำเตือน ก่อนอ่านโปรดตั้งสติ และคิดตามไปช้า ๆ เพื่อป้องกันการสับสน) คือเราจะรักษามังกร (หรือจู๋) ที่ผิดรูป โดยการเลาะผิวเนื้อตายของมังกรออกก่อน แล้วนำมังกรที่โดนลอกผิวไปฝังไว้ในกระดองเต่า (คือหนังหุ้มอัณฑะ) เพื่อเลี้ยงให้กระดองเต่ากลายมาเป็นผิวหนังของมังกรแทน ซึ่งระหว่างเป็นเต่านี้จะมีเพศสัมพันธ์ไม่ได้ เพราะหมอจะฝังตัวมังกรไว้ในกระดองเต่า จะเหลือแค่หัวมังกรสั้น ๆ โผล่ออกมา เอาไว้

สำหรับปัสสาวะเท่านั้น พอกระดองเต่าติดกับลำตัวของมังกร (ซึ่งใช้เวลาประมาณ 3 เดือน) ก็จะมาผ่าตัดครั้งที่ 2 เพื่อมาทำเต่าให้เป็นมังกร คือการผ่าตัดแยกองคชาตออกมาจากอัณฑะนั่นเอง

สรุปสุดท้าย มังกรที่ออกมาก็จะเป็นมังกรที่มีผิวหุ้มเป็นกระดองเต่า หรือองคชาตจะมีหนังหุ้มอัณฑะหุ้มอยู่แทน ดังนั้นหลังผ่าตัด จากการที่ต้องสูญเสียหนังหุ้มอัณฑะไป ในคนที่ถุงหุ้มอัณฑะเล็ก ๆ ก็จะเกิดอาการแน่นไข่ได้ครับ

P : (กำลังนึกถึงเพลงแน่นอกของใบเตย สลับกับมโนภาพมังกรกับเต่า) สุดท้ายนี้ หมอโอ๊คมีอะไรจะฝากถึงชายไทยที่อยากจะอัพไซซ์หรือไม่คะ

O : ฝากถึงชายไทย คนที่คิดว่าเล็กเนี่ย เปรียบเทียบตัวเองกับพระเอกหนังโป๊หรือเปล่าครับ หรือแค่โดนเพื่อนล้อกันมันส์เฉย ๆ บางคนคิดเอาเองว่าของตัวเองเล็ก แต่ก็ยังใช้การได้ปกติ แฟนเขาก็มีความสุขดีอยู่แล้ว ขนาดใหญ่ไป บางทีก็ทำให้ผู้หญิงเขาเจ็บ เคยมีบางรายที่ภรรยาไล่สามีให้มาผ่าออกด้วย หรือถ้าคุณกังวลจริง ๆ ว่ามันเล็กไปรึเปล่า ให้มาปรึกษาแพทย์ก่อน อย่าเพิ่งไปฉีดอะไรเข้าไปนะครับ

Posted in Uncategorized